- » วัตถุประสงค์
- » หลักการและเหตุผล
- » เป้าหมายดำเนินงาน
- » การเตรียมบุคลากร
- » ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ชื่อโครงการ
-
Dental Implant Information System
ศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง - Advanced Dental Technology Center : ADTEC
-
เพื่อการรณรงค์ส่งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวาระมหามงคล 80 พรรษา
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
|
หลักการและเหตุผล ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ป่วยจำนวนมากที่มีปัญหาสุขภาพในช่องปาก และการบดเคี้ยวอาหาร ซึ่งส่งผลให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรมลงและทำลายคุณภาพชีวิตที่ดี ในแต่ละปีมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มักเกิดจากโรคฟันผุและโรคเหงือก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันไปทั้งหมดและต้องใส่ฟันเทียมทั้งปากหรือเกือบทั้งปาก เพื่อสุขภาพและคุณภาพของชีวิตรวมทั้งยังเป็นการทดแทนฟันที่สูญเสียไป กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มี โครงการฟันเทียมพระราชทาน ขึ้น โดยมีเป้าหมายทำฟันเทียมให้ผู้สูงอายุจำนวน ๘๐,๐๐๐ ราย จากการสำรวจผู้สูงอายุจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ราย ที่กระจายยังภาคต่างๆทั่วประเทศ บางครั้งการใช้ฟันเทียมทั้งปาก ก็ยังไม่สามารถใช้ในการบดเคี้ยวอาหารให้ดีขึ้นได้ เนื่องจากผู้ป่วยบางรายมีการสูญเสียฟันและหรือมีการละลายตัวของสันกระดูกขากรรไกร ซึ่งเป็นอุปสรรของการใส่ฟันทดแทนด้วยงานฟันเทียมแบบพื้นฐาน (Conventional dental prosthesis) เป็นอย่างมาก ซึ่งโครงการรากฟันเทียมจะเป็นโครงการต่อเนื่องที่จะคัดเลือกผู้ป่วยบางรายที่สูญเสียฟันและหรือมีการละลายตัวของสันกระดูกขากรรไกร เข้ารับบริการรักษาด้วยงานทันตกรรมรากเทียม โดยจะนำเทคโนโลยีงานทันตกรรมรากเทียม (Dental Implant retained Prosthesis) มาเสริมศักยภาพของโครงการฟันเทียมพระราชทาน เพื่อแก้ปัญหาและขยายขอบเขตการให้บริการที่เหมาะสมแก่ลักษณะความสูญเสียของคนไข้ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งด้วยวิทยาการงานรากเทียมนี้ในปัจจุบันสามารถตอบสนองการใส่อวัยวะเทียมได้หลายรูปแบบ เช่น การใส่ฟัน ปลูกกระดูกขากรรไกร การใส่อวัยวะเทียมทดแทนใบหน้าส่วนกลาง หู และดวงตา เป็นต้น ดังนั้น การฝังรากฟันเทียมให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องสันกระดูกขากรรไกรล่างที่แบนราบ เพียง ๒ ราก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการให้บริการ การฝังรากเทียมนี้จะช่วยเป็นที่ยึดฟันเทียมให้ยึดติดแน่นอันจะทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการฝังรากเทียมไปแล้วมีปัญหาสุขภาพในช่องปากน้อยลงและยังสามารถใช้งานได้ดีทั้งการพูดและการบดเคี้ยวอาหาร การรักษาทันตกรรมรากฟันเทียมยังถือเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงทำให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาแต่ยากจนล้วนสูญเสียโอกาสไม่สามารถรับการรักษาที่เหมาะสมได้ ค่าใช้จ่ายรากฟันเทียมปัจจุบันจะอยู่ที่ ๕๐,๐๐๐ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ต่อราก เนื่องจากต้องอาศัย การนำเข้าเทคโนโลยีรากฟันเทียม รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำศัลยกรรม จากต่างประเทศ ทำให้ ศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง และ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ได้มีความร่วมมือกันในการจัดทำชุดโครงการทันตกรรมรากฟันเทียมแบบครบวงจรที่ได้มาตรฐานสากลขึ้นใช้เองภายในประเทศ เพื่อลดการนำเข้ารากฟันเทียมจากต่างประเทศและฟื้นฟูสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยในราคาที่ต่ำลง ซึ่งชุดโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ และมีเป้าหมายแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๕๐ ศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง หรือ ADTEC ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำงานด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางทันตกรรม และยังเปิดให้บริการทางด้านทันตกรรม อันประกอบไปด้วยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ กัน เพื่อผลิตวัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการรักษาด้านทันตกรรม เป็นผู้รับผิดชอบให้บริการ การรักษาด้านทันตกรรมรากฟันเทียม ด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วยในการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน การให้ข้อมูลก่อนการออกแบบทดลองใช้รากฟันเทียม การให้ข้อมูลหลังการทดลองใช้ และเผยแพร่ด้านนวัตกรรม ส่วนศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือ MTEC ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ขั้นสูง ทำหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการวิจัยและพัฒนาวัสดุที่ใช้เพื่อผลิต รากฟันเทียมที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในราคาต่ำลง ขึ้นใช้และจำหน่ายภายในประเทศ เนื่องในวาระมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ในปี ๒๕๕๐ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการสนับสนุน ส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งผลักดันผลงานวิจัยที่ได้รับมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติโดยรวม จึงได้ร่วมมือกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการรณรงค์ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งเป็นการมอบโอกาสให้ผู้สูงวัยได้เข้ารับการฟื้นฟูสภาพช่องปากด้วยการฝังรากฟันเทียมเพื่อไปยึดติดกับฟันเทียม และเป็นการลดการสูญเสียฟันในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส โดยมีเป้าหมายให้ระยะเวลา ๓ ปี เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ๒๕๕๒ ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส จำนวน ๑๐,๐๐๐ ราย ๆ ละ ๒ ราก จะได้รับบริการฝังรากเทียมที่มีคุณภาพ และผู้สูงอายุไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ สามารถบดเบี้ยวอาหารได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้โครงการ รากฟันเทียมพระราชทาน เพื่อขึ้นทูลเกล้าถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อพระราชทานแด่คนไทยทุกคนที่สูงอายุ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการฝังรากฟันเทียม โดยประสานงานผ่าน โครงการฟันเทียมพระราชทาน ของกระทรวงสาธารณสุข |